สนุกทุกครั้งที่ก้าวเดิน ...

เป็นเรื่อง เป็นราว ย้อนนึกถึงทีไร ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้


Blog Entryเรียนดำน้ำ : ตอน4Mar 26, '08 12:55 PM
for everyone

ลงน้ำครั้งที่ 4 

หายไปหนึ่งอาทิตย์  ครูต้องโทรมาถามว่าพอทำได้ไหม๊ ?   ยังทำไม่ค่อยได้ค่ะ?  เอ้าถ้างั้นก็มาที่สุขุมวิท 56 สระสายทิพย์  ค่ะๆๆ  อยู่ที่ไหนฟะ ?เออ ว่าแล้วก็ไปคราวนี้ ก็เจอครูคนใหม่ คือครูต้องกะครูหนุ่ย ก่อนจะลงสระเรารีบบอกครูเลยว่าว่ายน้ำไม่เป็นนะกลัวด้วย  เป็นการบอกครูนัยๆ ก่องนะว่าถ้าดิฉันทำอะไรเฉิ่มเบอะ  ตะเกียก ตะกาย กลัวตายลนลาน ก็จงให้อภัยแล้วดูแลดิฉันด้วย (ไม่รู้ครูรู้รึเปล่าเนอะ  เหอ เหอ)  ครูพูดว่ามันอยู่ที่ใจ ใช่ค่ะมันอยู่ที่ใจแอบพูดในใจ  ฮึมม สู้ว็อย  ลงสระหัดเคลียหน้ากากกะครูหนุ่ย สำลักน้ำอยู่นั่นแหละทำได้มั่ง ไม่ได้มั่งแล้วครูก็ให้หัดตีฟิน ก็ทำไม่ค่อยได้อีกโอ๊ยอะไรเนี๊ยะ  กะจะตีฟินสวยๆหน่อยตะคิวก็รับทานซะนี่ ก็แอบนวดขาตัวเองอยู่ใต้น้ำ แล้วก็ทำต่อ ครูต้องให้หัดฟินอย่างเดียว อ้อ ตีฟินกะทอมน้องที่มาเรียนเจอกันครั้งแรก โดยใต้น้ำก็มีอีกกลุ่มเรียนอยู่กะครูหนุ่ย  ครูต้องบอกว่าทอมผมฝากคุณแม้วด้วยให้ตีฟินกลับไปกลับมาด้วยกันนะ ความซวยมาเยือนเจ้าทอมแล้ว  อิ อิ ในขณะที่ว่ายอยู่นั้นเราเห็นครูกวักมือเรียกแล้วให้สัญญานมือให้นั่งคุกเข่าดิฉันหยุด แล้วก็นั่งคุกเข่าต่อหน้าครูแต่ก็แอบคิดในใจ  ไหนบอกให้ตีฟินอย่างเดียวไง   ฮ่า ๆๆๆ ปรากฎว่าคนที่เรานั่งลงนั้นคือครูหนุ่ยเค้าบอกนักเรียนกลุ่มของครูหนุ่ยให้นั่งลง  แต่ตอนนั้นยังไม่สำนึกนั่งมั่วอยู่กะเค้า สักพักมีใครก็ไม่รู้ว่ายมาแล้วหิ้วดิฉันออกไปแล้วก็บอกให้ขึ้นผิวน้ำ  อ้าวเป็นครูต้องนั่นเอง เรากะทอมลอยคออยู่กะครูต้อง ๆ บอกว่าผมบอกให้คุณหัดตีฟินกะทอมไง  อ้าว เหวอเลยตู ทอมก็บอกว่าเออผมก็งงว่าเจ้ลงไปนั่งทำไม  อ้าวก็คิดว่าเป็นครูต้องนี่  ก็จำหน้าไม่ได้อ่ะ ( แบบว่าเถียงข้างๆ คูๆไว้ก่อน ) เริ่มรู้สึกว่าน้ำมันลึก ก็กระดื้บๆๆไปจับแขนครูๆ  ถามว่ากลัวอะไร  ก็น้ำมันลึกอ่ะ ไม่สนใจหรอกขอจับให้อุ่นจายหน่อย ว่าอยู่รอดปลอดภัย ผมไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรหรอก   โหยย  ซาบซึ้งๆๆๆๆๆๆ ที่พึ่งของคนขี้ขลาดตาขาว ( ขอโทษ  ก็ยังกลัวอยู่ดี )   ว่าแล้วก็ตีฟินต่อ สักแป๊ปก็รู้สึกอึดอัด หูอื้อ แอบขึ้นไปตีฟินบนผิวน้ำดีกว่า  อิ อิ ครูต้องคงไม่เห็นหรอก ปล่อยให้เจ้าทอมตีอยู่ใต้สระคงเลียว หุ หุ  ว่ายอยู่สักพักมีด้ามที่ถูบ้าน(น่าจะใช่)  ลงมาขวางหน้า  เราเลยคว้าแล้วเราก็ถูกดึงขึ้นมาเราเงยหน้าขึ้นมา จ๊ากกกครูต้องนี่หว่า โดนดุอีกแน่ตูและแล้วจริงดังฆาต  หน้าตาเฉยเชียว คุณรู้ตัวไหม๊ว่ากำลังลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่รู้ค่ะ( รู้ทั้งรู้อยู่เต็มหน้าอก หน้าใจว่าฉันตั้งใจย่ะ ) โดยหันข้างให้  คุณแม้วมองหน้าผม ( แฮะๆ ดุจัง    ) แล้วแกก็สอนๆๆ แล้วเราก็ลงน้ำไปตีฟินใต้สระ ต่อกะทอม รู้สึกคอแห้งจัง อยากจะแอบขึ้นไปสูดดด...อากาศบนผิวน้ำจัง  ว่าแล้วก็แอบเหลือบตาขึ้นมองตามขอบสระ  จ๊ากกกก  ครูต้องแกเล่นเดินรอบขอบสระเลย  เวนแล้ว  คนสวยแย่แล้ว     แว๊ปขึ้นผิวน้ำไม่ได้เลยย  ก่อนที่จะคอแห้งตาย (ก้อเกินไป๊)  ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ  ได้เวลากลับแล้ว  อยากจะกระโดดให้เป็นปลาโลมาเลย ดีใจเป็นที่สุด  รีบขึ้นจากสระอย่างรวดเร็ว สูดลมหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอดเลย ฮ้า สดชื่นที่สุดในโลก รีบอาบน้ำ  เก็บอุปกรณ์ ครูบอกว่าสอบสิ้นเดือนนะ  เครียดอีกแล้วตู  แอบคิดในใจ  สอบ ไม่สอบ ๆๆๆๆ . โอเค ตัดสินใจแน่วแน่  ไม่สอบ  แล้วก็ติดรถน้องแก้มป่อง RainWindy ไปลงที่สถานีรถไฟฟ้า  ฮิฮิ   ...ครั้งนี้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ น้องแก้มป่องคุยเก่ง  RainWindy  กะเจ้าทอม  ....กลับถึงที่พักสลบเหมือด  โอ๊ยกรามพัง กกหูร้าว  ฮือ ฮือ  เคี้ยวข้าวไม่ได้ กินข้าวไม่อร่อยไป สามสี่วัน  ....   


Blog Entryเรียนดำน้ำ : ตอน3Mar 24, '08 12:11 PM
for everyone

ลงน้ำครั้งที่ 3

ที่เก่าเวลาบ่าย คราวนี้เราเรียนกะครูขุนโดยรู้จักเพื่อนเพิ่มคือน้อยหน่า  พี่ชัย  พี่สุ  ปื้ด กะป๊อก ครูนิ้มสอนช่วงเช้าไป คราวนี้เรียนเรื่องการลอยตัว การถอด BCD ในน้ำ เออ อันนี้ทำได้ การถอดหน้ากากในน้ำทำทีไรสำลักน้ำทุกทีแอบคิดในใจไม่อยากทำแล้วอยากขึ้นสระแล้วอ่ะ พอดีปวดท้องอี่ มองขึ้นไปบนผิวน้ำ น้องๆขาเล็กๆตีขามาเป็นแถวยั้วเยี้ยไปหมดลูกๆๆ  ฉี่ลงสระบ้างไหม๊เนี๊ยะ (จะเหลือเหรอ  จริงมะ) ได้การแล้วเราขอครูขุนขึ้นไปเข้าห้องน้ำแล้วก็ไม่ลงอีก ฮ่า ฮ่า ฉลาดอีกแล้วเรา ต่อไปเป็นการถอด BCD บนผิวน้ำทุกคนลอยคอกันอยู่เห็นครูขุนสาธิตละ  โอ้แม่เจ้าน่ากลัวที่สุดไม่เอาๆๆ ไม่ทำเลย ครูขอไปเข้าห้องน้ำได้ไหม๊ ครูบอกว่าทำอันนี้ก่อนมานี่ โอ๋ตายแล้วตูต้องถอดBCD กับถังอ๊อกซิเจนที่พึ่งสุดท้ายของชีวิต  กลัวร้องๆๆ พอถอดได้ครูบอกกอดเสื้อไว้ โอเคๆๆ  เราต้องกอดให้แน่นที่สุดในโลก อิ อิ   เอ้าแล้วใส่ อ้าวเวนแล้วตูแค่ถอดออกก็กลัวจะบ้าอยู่แล้วจะให้ใส่อีก  ทำไม่ได้ๆๆๆ  ต้ายตายกลัวๆๆๆ ดิฉันกอดเสื้อแน่นเลย นึกถึงภาพลิงกอดลูกมะพร้าวเลย  จนครูเค้ามาช่วย โอ๊ยย สติแตกใส่ได้ล็อกสายอะไรต่อมิอะไร ใส่ไม่ถูก สรุปครูช่วยทำให้หมดเรารีบขึ้นไปเข้าห้องน้ำ  ขืนอยู่ต่อมีหวัง...ต้องปล่อยลงสระโดยควบคุมตัวเองไม่ได้  แอบคิดในใจจะไม่ลงต่อละ  แต่ครูบอกเสียงดุ ดุ ประหนึ่งว่า ตูรู้ทันนะว่าเอ็งคิดอะไรอยู่  แม้วใส่เสื้อลงน้ำแล้วว่ายไปฝั่งตรงข้าม ......  โห้ยยยยไม่อยากเลยแต่ก็จำใจใส่ BCD เพื่อนก็พากันช่วยใส่  แล้วก็ตีฟินไปฝั่งกะโน้น

  เฮ้อ จบไปด้วยดี  .... ไม่มีอาการปวดหัว    ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะเรียนที่สระบ้านกล้วยเพราะจะปิดซ่อมยาวเลย  ยังไม่รู้เลยว่าครั้งต่อไป จะไปเรียนที่ไหน  .....  ฮ่า ฮ่า แต่ก็โรคจิตแอบตีปีกดีใจไม่ได้ลงสระแล้วเย้ เย้   ( เอ ไม่ทราบว่าใครบังคับ หล่อนมาเรียนยะเนี๊ยะ  )


Blog Entryเรียนดำน้ำ : ตอน2 Mar 12, '08 12:43 PM
for everyone

ลงน้ำครั้งแรก ..... 

และแล้ววันที่เรียนก็มาถึง  ออกเดินทางอย่างกล้าๆกลัวๆ  ก็ไม่อยากเรียนอ่ะ  พอมาถึงสระว่ายน้ำที่ท้องฟ้าจำลอง  ตรงไหนฟะ  ไม่เห็นมีการดำน้ำเลย เดินเก้ๆกังๆ  มีผู้ชายคนนึงใส่ชุดดำน้ำเดินผ่านหน้าไปเราสะกดรอยตามทันทีเห็นแล้วววว  แต่ไม่รู้ใช่รึเปล่าไปถามดูดีกว่า  เออ! ขอโทษค่ะที่นี่ดำน้ำรึเปล่าคะ  ใช่คับชื่ออะไร แม้วค่ะ เย้ๆๆๆ มาแล้ว แม้วมาแล้วครูขุนนั่นเอง  เอ้าเปลี่ยนชุดเลย  เพื่อนทุกคนที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่นั่นทุกคนอัธยาศัยดีหมดเลยยิ้มให้   โดยเฉพาะน้องเจื้อยที่เสนอให้แชร์ล็อคเกอร์  พร้อมกับชวนคุยอย่างเป็นกันเอง  คลายความกังวลเรื่องไม่มีเพื่อน  ครูดุไปได้เยอะ อ้อ วันนี้มีครูสอน 2 คน คือครูขุน กะครูนิ้มมีนักเรียนประมาณ 10 กว่าคน พอเริ่มเรียนครูถามว่าใครว่ายน้ำไม่เป็น เรารีบยกมือขึ้นอย่างไม่คิดชีวิต แล้วก็หันไปมองเพื่อนๆ  เวรแล้วไงมีตูคนเดียวนี่หว่า

ครูขุนเลยบอกให้ครูนิ้มแยกเราออกมาเรียนคนเดียว  เราบอกครูนิ้มบอกว่าหายใจใต้น้ำยังไม่เป็นเลย  ครูถามว่า เคยใช้สน๊อกเกิ้ลไหม๊   ไม่ค่ะ ทุกอย่างเริ่มศูนย์เยยย  แฮะๆๆ  ว่าแล้วเราก็ใส่หน้ากากปากคาบสน๊อกเกิ้ลเกาะบันไดหัดตีขาพร้อมกับหัดหายใจด้วย  พอเงยหน้าขึ้นครูนิ้มบอกว่า คุณแม้วยังหายใจด้วยจมูกอยู่เลย  ฮ้า รู้ได้ไงฟะ อ้อตอนที่เราหัดตีขาหน้าจิ้มน้ำอยู่นั้นครูนิ้มเค้าลงน้ำปูดูเราในน้ำน๊ออ  ยังไม่ทันไรเลยครูนิ้มให้ลงไปเรียน skill ใต้น้ำเลย  ตายแล้วตูกลัวมากแต่เกรงใจครูลงก็ลงวะ ก็เรียนอะไรมั่งก็จำไม่ค่อยได้ เป็นไปอย่างรวดเร็ว จนเคลียหน้ากากเราสำลักน้ำทะลึ่งขึ้นผิวน้ำตั้งหลายครั้งเพราะเผลอหายใจทางจมูกจนบ่ายโมงกว่าๆ กลุ่มอื่นขึ้นไปพักกินข้าวเรียบร้อยครูนิ้มก็เดินไปแล้วเรายังยืนอยู่ในสระอยู่เลยคนเดียวด้วย   จ๊ากก แล้วจะขึ้นจากสระยังไงละเนี๊ยย  เราตะโกนเรียกครูนิ้ม เราจะขึ้นจากสระยังไง  ถ้าเราเป็นครูคงคิดในใจเซ็งยัยลูกศิษย์คนนี้จริงๆๆ ครูบอกกระโดดขึ้น

กระโดดยังไงน้ำสูงจ่อคอหอยอยู่อย่างเนี๊ย  ยังใส่ฟินอยู่ด้วยกระโดดก็กระโดดวะ หนึ่ง สอง ส้ำ เฮ้ยได้ผลแฮะ เอาใหม่ กระโดดให้แรงกว่าเดิมเกาะขอบสระแล้วเอาป้ายกระดื้บขึ้นขอบสระ จ๊ากกกกทำได้แล้ว แอบคิดในใจไม่เห็นจะง้อเลยตานิ้ม อิ อิ นอนหายใจรวยริน ปะงาบ ปะงาบ อยู่ขอบสระพักนึงก็เดินไปกินข้าวเที่ยง  พอดีมีน้องใหม่มาทีหลังต้องมาเรียนกะเรา (คิก คิก ซวยไป) 

 

 

ลงน้ำครั้งที่ 2

คราวนี้ก็เป็นการลอยตัวแล้วก็ตีฟิน  แต่ก่อนลงต้องทำท่ากระโดดน้ำก่อนกลัวอีกแล้วจะกระโดดลงได้ไง เราต้องจมน้ำแน่ๆเลย  ใส่หน้ากากคาบสน๊อกเกิ้ลเท่านั้นเอง  น้องกระโดดลงไปแล้วต่อไปตาเรา แง แง หันไปมองหน้าครูประมาณวิงวอน ขอความเห็นใจ  ครูบอกว่าไม่ต้องกลัวเสื้อที่คุณใส่มันทำให้ลอยตัว คิดในใจอย่ามาโกหก เราก็งกๆ เงิ่นๆ  กล้าๆถอย ๆ อยู่อย่างงั้น  จนครูบอกว่าลงเลยครับหน้าตาเฉยม๊ากกกก  ด้วยความกลัวเค้ารำคาญ กลัวน้องเค้ารอนาน ลงก็ลงวะ ตูมมมมม ในใจช่วยด้วยๆๆๆๆ ตะเกียกตะกายขึ้นสระอย่างรวดเร็ว  ฮ้า ทำได้แฮะ เอิ๊กกกกๆๆๆ เสร็จแล้วก็ลงน้ำหัดลอยตัว ไม่เข้าใจทำไม่เป็น  แต่ก็ทำๆตามเค้าไปแต่ในใจอยากลองเคลียหน้ากากอีกเพราะยังคาใจอยู่  แต่ครูสั่งให้ลอยตัวตีฟินไปกลับ ไปกลับ ตีฟินไม่ค่อยเป็นมันหนักๆๆ หนืดๆๆ ยังไงก็ไม่รู้ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ  ครูต้องว่ายมาแล้วทำนิ้วสลับขึ้นลง  ค๊า ค๊า ผยักหน้างึก งึก ประมาณว่ารับรู้  แล้วก็ว่ายต่อไป คงตลกน่าดู อิอิ  ว่ายไปว่ายมาจนรู้สึกว่าอึดอัด อยากจะอ๊อก เลยขึ้นมานอนปะงาบ ปะงาบที่ขอบสระเหมือนเดิม  จนครูที่พานักเรียนมาเรียนดำน้ำเดินเข้ามาถามว่าไหวไหมครับ  เรายิ้มแฮะ แฮะ แล้วนอนต่อพักนึงก็บอกครูว่ากลับก่อนนะไม่ไหวแล้ว  โห้ ครั้งแรกทำได้แค่นี้ก็เป็นวีระสตรีแล้ว   ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้เก่งอิ๊บอ๋ายยย แอบเดิมยิ้มกิ่มกลับบ้านด้วยอาการ กระปวกกระเปียกเต็มที ...........

ทั้งอาทิตย์รู้สึกสับสน  ในเรื่องการใช้อวัยวะในการหายใจ ใช้จมูกหรือปากกันแน่วะ  เผลอที่ไรหายใจทางปากทุกที  เฮอ เฮอ  แล้วก็อาการข้างเคียงที่ได้มาอีกอย่างคือ ปวดหัวอ่ะ  ปวดตั้งแต่อาทิตย์ถึงศุกร์  อ้าปากงาบข้าวหูก็ลั่นโพล๊ะ โพล๊ะ  ......มีอะไรดีมั่งเนี๊ยะ  ยัง ยังมีอีกอย่างเราใส่ wet suit ขาสั้นคลอรีนกัดที่ขากลายเป็นสองสีเลยขาว กะน้ำตาลเข้ม  ฮือ ฮือ ไม่เรียนดีฟ่าพอแล้ว


Blog Entryเรียนดำน้ำ : ตอน 1Mar 12, '08 12:34 PM
for everyone

เรื่องดำโน้งดำน้ำเคยอยู่ในสมองเลยให้ตายสิ  จริงๆแล้วไม่มีข้อมูลดำน้ำในสมองเลย  รู้แต่ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น กลัวน้ำลึกๆ  แค่นึกก็สยอง เหอ เหอ  ไม่เคยจมน้ำนะแต่เป็นคนมีจินตนาการในด้านลบ สูงปิ๊ดดดดด  ถ้าลงน้ำมันจะต้องมีตัวโน้น ตัวนี้ใต้น้ำแล้วก็ร้องกรี๊ดดด  วิ่งขึ้นจากน้ำ เพื่อนๆเซ็งมากเวลาเล่นน้ำด้วยกัน  โดยตัวเราก็พยายามหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นน้ำคลอง  หรือน้ำทะเล  จนแก่ปูนนี้ ( ? เท่าไหร่ฟะ)  เริ่มหาอะไรทำเริ่มคิดเรายังไม่ได้ทำอะไรมั่งหว่า  ....คิ ม่ายอ๊อก  วันนึงได้คุยกะพี่ตู่ พี่ตู่บอกว่าไปเรียนว่ายน้ำ ตอนนี้ว่ายเป็นแล้วนะ เอะน่าสนใจแฮะ   เรายังว่ายน้ำไม่เป็นนี่หว่า เออสนใจไปซื้อชุดว่ายน้ำที่แสนจะเซ็กซี่ ฮ่า ฮ่า (เพื่อนชมว่าป๊า ป้า ช่างเหอะ )  พี่ตู่เอาเบอร์โทรให้ ทำการติดต่อปรากฏว่าเค้าเริ่มเรียนไปแล้ว ต้องรอรุ่นต่อไป เซ็งเลยยย 

 

...... เรานัดพี่ตู่ กะคุณโอไปเที่ยวงาน ที่เกี่ยวกะการท่องเที่ยวอะไรซักอย่าง ( จริงๆ มันเป็นงาน TDEX 2007 )

กะว่าจะไปซื้อแพ็คเกจถูกๆ ไปเที่ยวซักที่ สองที่พอไปถึงมันทำไมมีแต่บูทดำน้ำล่ะ  พี่ตู่เริ่มแย้มพรายพี่เคยไปดำน้ำมาแล้วนะ  ฮ้าจริงเหรอ แต่ก็ยังไม่สนใจอยู่ดี เดินดูไปเรื่อยๆๆ  แบบเซ็งๆๆ ราคาแพง จับอะไรดูก็ พันบาทขึ้น  ผ่านบู้ทอะไรจำไม่ได้ ได้ยินบอกว่าว่ายน้ำไม่เป็นก็ดำได้  ฮ้าจริงเหรอ ออกแนวหูผึ่ง พี่ตู่บอกว่าเรียนไหม๊ฆ่าเวลาจนกว่าจะได้เรียนว่ายน้ำ  เริ่มสนใจ  แต่ก็ดูๆแล้วไปเรียนยากว่ะ  ต่อรถหลายต่อแต่ก็เก็บใบปลิวไปเรื่อยๆ เดินอ่านไปเรื่อยๆ  มีอยู่บูทนึงใหญ่เชียวเจ้าหน้าที่เยอะส่งเสียงเจี้ยวจ้าว เราก็เลยเข้าไปคุยกะน้องผู้หญิงคนนึงเค้าก็อธิบายๆๆ ข้อมูลก็ไม่ค่อยเข้าสมองซักเท่าไหร่  แล้วเราก็จากมาตามหาพี่ตู่กะคุณโอ (พลัดพรากชั่วครู่)  ตามกันจนเจอ แล้วเราก็เดินต่อจนจะออกประตูละ เราก็อ่านไปเรื่อยๆ  เออที่นี่น่าสนใจแฮะ  ไปเรียนก็สะดวกลงรถไฟฟ้าสถานีเอกมัยเดินต่ออีกหน่อย  พี่ตู่รอเดี๋ยวนะ ว่าแล้วก็วิ่งปรู๊ดดกลับเข้าไปสมัครเรียนกะครูต้องแต่ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นใคร  เรียนหลักสูตร Open water  เค้าถามว่าจะเอา PADI หรือ NUDI  คิดในใจอารายฟะ? แต่ก็ชี้เอาราคาที่ถูกที่สุด 5,900 บาท (แน๊ะ!!!!) แล้วเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อไปนะคับว่าจะเรียนวันไหน   แล้วก็วิ่งกลับมาหาพี่ตู่แล้วก็กลับ .... 

 

.......พอถึงหอพักเริ่มอยู่กะตัวเอง  เริ่มเอาเอกสารใบปลิว ... ใบเสร็จมาอ่าน ฮ้า ตูทำอะไรลงไปเรียนดำน้ำ  เรียนเพื่ออะไรเนี๊ยยยยย  เรียนเสร็จเอาไปทำอะไรต่อได้เนี๊ย  ชั้นทำอะไรลงไป ๆๆๆๆๆๆ  บ้าแล้วความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจขึ้นมาอีกแล้ว นึกถึงน้ำที่ขาหยั่งไม่ถึง  เราจะต้องตะเกียกตะกาย ป๋อมแป๋มๆๆ  โอ๊ยยย ใครจะช่วยเรา เมื่อคิดได้ดังนั้น ตัดสินใจไม่ไปเรียนดีฟ่า เหอ เหอ ....

 

ผ่านไป 2-3 วันเริ่มคิดอีก  ค่าเรียนมันแพงนะเราจะทิ้งไปเหรอ เสียดาย เรียนเหอะแม้วเอ้ย เสียดายตังค์  โอเค

ตกลงเรียนละ  คราวนี้รอการติดต่อจากโรงเรียน  จนถึงวันศุกร์ ก็ยังไม่โทรมาตอนเที่ยงเลยตัดสินใจโทรไปเองครูต้องบอกว่าชื่ออะไร  อ้าวทำไม ผมทำรายชื่อคุณตกไปได้ไงเนี๊ย  ( เวรเลยตู  ลางไม่ดีละ แง แง )  ตกลงเรียนวันเสาร์ที่สระบ้านกล้วย(ท้องฟ้าจำลอง)  10 โมง  ..... เฮ้ยยยยย  แอบเครียด  ต้องไปคนเดียว  ไม่มีเพื่อน  ไม่รู้จักใคร  ว่ายน้ำไม่เป็น  เค้าจะรำคาญเราไหม๊เนี๊ย 


เช้าวันนึงที่ออฟฟิศก่อนเริ่มงาน   พวกเราก็นั่งโจ้กันคุยถึงเรื่องความฝันมั่ง ถ้าใกล้วันที่ 1 หรือไม่ก็วันที่ 16 ก็ตีความฝันออกมาเป็นเลขโคตรเด็ด เอาไปซื้อหวยกัน ( ถ้าคุยเรื่องนี้นะ เค้าเรียกว่า เรื่องพาจน ตีออกมาเป็นตัวเลขทีไร บริจาคเข้ารัฐบาลทุกทีสิน่า ) แล้วก็เรื่องละครเมื่อคืน  การเมือง ข่าว  จนมาจบที่เรื่องพยาธิ  ก็เล่าถึงอีเมลที่เคยอ่านมาเกี่ยวกับไข่พยาธิที่อยู่ในสมองทำให้เพื่อนกลัวกันมาก พวกเรามาถ่ายพยาธิกันเถอะ  บางคนบอกว่าพี่ๆ หนูไม่เคยถ่ายมี 20 กว่าปีแล้วนะ  (เออๆ  ตู 30กว่าปียังไม่พูดเลย )  และแล้วก็แอบสะพรึงกลัวลึกๆ ขึ้นมาเลยบอกเฮ้ย ใครผ่านเซเว่น ฝากซื้อหน่อยดิ มีขายเป่า?  น้องนุชบอกว่าเดี๋ยวหนูซื้อมาให้ กี่เม็ด  1 2 3 4 5 6  เออทั้งกลุ่มเลยแหละ (เรียกง่ายๆว่าอุปสมบทหมู่ เอ้ยไม่ใช่ อุปทานหมู่ )  แล้วก็แยกย้ายไปทำงาน  ................ จนผ่านไปหลายวันเราก็เอาเบนด้า 500 ทิ้งไว้ในกล่องเก็บนาฬิกา  ลืมไปละ ไม่กลัวละ  ตัดสินใจไม่กินละแต่ไม่ทิ้งนะเพราะเม็ดนึงมันตั้ง 20 กว่าบาท แอบคิดในใจยาอะไรวะแพงฉิบเป๋ง  ................  พอมาคุยกันว่าถ่ายพยาธิกันรึยัง พูดพร้อมกันเลยว่ายัง  อุปสมบทหมู่อีกเช่นเคย ......

........................................

จนมาวันนึงนั่งทานข้าวเย็นกะอ้อที่ห้อง  เราเอาแหนมที่แช่ในตู้เย็นออกมากินจนอิ่มหนำสำราญบานพุ่ง  ก็ตะกายขึ้นเตียง พร้อมๆ กะอ้อและเด็กในท้องของอ้อ  นอนซักพัก อะ อะ ช่วยด้วยคันปาก อ้อพี่คันปากมากเลย  หรือมดกัดวะ  หรือพยาธิไชปากพี่ เมื่อกี้พี่กินแหนมดิบ  พยาธิแน่ๆๆ เลย  จ๊ากกก กลัว อ้อหัวเราะกลิ้งเลย  ไม่จิงมั้งพี่มันเป็นแหนมที่ผ่านขบวนการฟิ๊ตอย่างดีนะพยาธิน่าจะตายนะ  เออ  ถ่ายพยาธิสิพี่ ยาที่นุชซื้อมาวันนั้นไง ยังอยู่รึเปล่า  อยู่ๆๆ นี่ไง กินเลยพี่  แค่คิดว่าจะกินไหงขนหัวลุกหว่า  อ้อพี่กลัววะ!!   กลัวอะไร้กินเลยมันไม่ได้ออกมาเป็นตัวซะหน่อย  ไม่เอา นอนต่อดีกว่า  นอนซักพักลุกขึ้นกินดีกว่า  อ้อพี่ไม่ได้ถ่ายพยาธิตั้ง 30 กว่าปีแนะสงสัยแก่เป็นทวดพยาธิแล้วมั้งในท้องเนี๊ย ถ้าอย่านั้นตายซะเถอะ ( ออกแนวe-โหดอีกแล้วตูสังหารหมู่เลยนะเนี๊ย )  ว่าแล้วเคี้ยวเม็ดยา ตามด้วยน้ำ อูยยย  ขนพองสยองเกล้าอีกนั้นแหละเพราะไม่ชอบกินยา จะอ๊อกแตกซะทุกทีที่กินยาว่าแล้วก็ปีนเตียงเหมือนเดิม นอนได้ซักพัก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ผุดขึ้นมาในสมองอันแสนฉลาด อิ อิ อ้อจะว่าไปแล้วพยาธิมันก็อยู่กะเรามานานเนอะ  ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลยอิ่มเราก็อิ่มด้วยกัน อดเราก็อดด้วยกัน มันยิ่งกว่าเพื่อนแท้เลยนะ  โอ๊ยยนี่ชั้นกะลังฆ่าเพื่อนเหรอเนี๊ยะ  ว่าแล้วก็เอามือตบท้องบอกผองเพื่อนในท้อง  อย่ากินนะๆๆ

ตอนนี้อย่าพึ่งดูดอาหารได้ยินอะเปล่า ?  ชั้นกินยาฆ่าเพื่อนลงไป   น้องอ้อหัวเราะก๊ากกๆๆๆๆ พี่แม้วคิดได้ไงเนี๊ยะ  ท่องไว้ๆๆ  มันคือ ปอระสิต  มันคือ ปอระสิต  ไม่ใช่เพื่อนแท้ มันแย่งพี่กินนะ  โธ่ โธ่ คงไม่ทันแล้วละเพื่อนเอาเจอกันชาติหน้านะ  ..........................................  


ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า  เย็นวันนึงเรานั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ  มันเป็นเวลาใกล้ค่ำทุกคนปิ๊กบ้านหมดละ ( เรามักจะทำงานไปจนถึงทุ่มกว่าๆ ทุกวัน) ถึงจะกลับที่พัก ทำงานประมาณว่ามีหุ้นในบริษัทฯ ยังไงยั่งงั้นเลยละ   วันนั้นมีเรากะน้องต่าย แผนก QC อยู่ด้วย   ในขณะที่เรากะลังง่วนทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย อยู่นั้น (เขียนโปรแกรมกะลังเช็คเงื่อนไขวนลูป 18 รอบอยู่นั้น) ได้มีแมงวันนางนึง ประมาณหัวเขียวตัวใหญ่เชียว บินมาเกาะที่กบาลเรา สงสัยจะชะตาขาด  ไม่เกาะเฉยๆนะ  แล้วย่ำขาลงบนหัวโปรแกรมเมอร์คนสวย  ประหนึ่งว่าจะย่ำยี เหยียบย่ำก็ไม่ปาน  เราก็เอามือปัดออกเพราะกะง่วนกะการเช็ค If อยู่  มันบินออกไปสักเมตร หมุนตัวเองใส่เกลียว 2รอบด้วยรึเปล่าไม่รู้บินกลับจับที่หัว แล้วก็ซอยเท้ายิกๆๆ อีก เราก็ปัดออกอีก มันทำอยู่อย่างนี้มากกว่า 3 ครั้งคราวนี้ เราชักจะคำรามในใจละ  แกมาอีกรอบนะตายยยย   ยังกะได้ยินว่าเราคิดอะไรอยู่  มันบินมาเฉียดปลายจมูกเรา ( กรี๊ดดดดด โกรธมากกก มึงงงงงง ) ดิฉันลุกขึ้นแล้วตะโกนออกมาว่า  เฮ้ยต่างคนต่างอยู่ ตูจะทำงานมาอีกอย่าหาว่าสวยไม่เตือน  น้องต่ายเงยหน้าขึ้นมามองพี่พูดกะใครอ่ะ   แมงวันวะ! ต่ายหัวเราะหึ หึ ส่ายหัวเล็กๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ ..... มันมาอีกแล้วคราวนี้มันเฉียดหน้า เฉียดตา  รำคาญจนถึงขีดสุดไม่อาจจะนั่งทำงานต่อได้  โอเค วางเม้าท์ลุกขึ้นมือหันไปคว้าสมุด(อาวุธ) พร้อมรบ แล้วก็คำรามในลำคอ มาาาาาาเลย ดังคาดมันมาอีกแย้วววว เราเอาสมุดไล่ฟาดมันในออฟฟิศ  (มันปราดเปรียวมากเลย) ตีไม่ถูกสักที  ชักหอบลิ้นจุกปากแล้วซิ  น้องต่ายนั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง  แต่เราหัวเราะไม่ออก เพราะจุกหายเหนื่อยก็ไล่ต่อกะว่าไม่แกก็ชั้นละ ต้องตายกันไปข้างนึง  น้องต่ายทนไม่ไหวเดินเข้ามาหา มาหนูช่วยพร้อมกำอาวุธในมือ ไม้ตีแมงวัน  เฮ้ย!เอามาจากไหนเนี๊ยะ   หนูมี แล้วเราก้หันหลังชนกันสายตากวาดไปรอบๆๆ  เพื่อมองหาไอ้แมงวันตัวนั้น  ต่าย ต่ายมันมาแล้ว พวกเราไล่ฟาดมันอย่างเมามัน  พลัวะพละ ๆๆๆๆ  ไม่ตายแฮะ ( แอบเหนื่อย แฮกๆๆๆ ) ความแค้นยิ่งสุมอก สักพักน้องต่ายตะโกนจากมุมห้องอีกฟากนึง ( คิดดูมันตามล่าสุด สุด ) พี่หนูตีมันได้แล้วแต่คาดว่ามันสลบ   เราวิ่งไปดูไหน ไหน  จริงดังคาดมันนอนสลบอยู่ ( ไม่รู้ว่ามันเหนื่อย  หรือมันโดนอาวุธไอ้ต่าย ) ต่ายปัดมือจบภารกิจ ฮ่า ฮ่า  เดี๋ยวต่ายต้องเอาให้แน่ใจ ว่าแล้วเราก็ยกเท้าขึ้นตืบไป 2 ที(ขี้แตกเลย)  ด้วยความสะใจ  ต่ายหันมามองหน้า อูยยย  พี่ทำไมโหดอย่างเงี๊ยะ   เราจะทำอะไรก็ต้องทำให้ชัดเจน ต้องให้บรรลุวัตถุประสงค์นะ  เป้าหมายเราคือฆ่ามันให้ตาย ก็ต้องแน่ใจว่ามันตายจริงๆๆ  ต่ายเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับบ่นไป โหดว่ะ e-โหด  เราหัวเราะ ฮ่าๆๆๆๆๆ (อย่างบ้าคลั่ง)  แล้วกลับมานั่งเขียนโปรแกรมต่อ ...........................................................

..................แล้วความเงียบก็เริ่มเข้ามาครอบงำ อารมณ์เราเย็นขึ้นเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำไปเมื่อกี้นี้  ทำไมเราทำเกินกว่าเหตุก็แค่แมงวันตัวเดียว ก็แค่มันบินมาเกาะหัวเราก็ควรจะไล่มันไป  มันมาอีกเราก็ไล่มันอีกทำไมแค่นี้ทำไม่ได้ฆ่ามันทำไม ฆ่ามันทำไม  ฆ่ามันทำไม สงสารอ่ะ อารมณ์รำคาญสุดขีดไม่รู้หายไปไหนหมด มีแต่ความรู้สึกสำนึกผิด ขอโทษ ขอโทษ  ไม่ทงไม่ทำมันแล้วงาน ไม่มีอารมณ์ทำงาน กลับหอดีฝ่า กลัวผีแมงวัน ฮ่า ฮ่า


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help